หน้าแรก     ทีวีออนไลน์สด     รายการทั้งหมด     ภาพเคลื่อนไหว     ฟอรั่มถามตอบ     ติดต่อเรา            
  ออนไลน์นิวส์ ข่าวออนไลน์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | ข้อมูลข่าวสาร | ด้วยระบบออนไลน์ ไร้พรมแดน ดูภาพ ฟังเสียง ชมคลิป ได้ที่นี่  
 
 เมนูหมวดข่าว
 ข่าวรายการพิเศษ
 
 ผู้สนับสนุน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

  แลกเปลี่ยน แบนเนอร์

  เวบแนะนำ



<= ข่าวประชาสัมพันธ์ =>

   สคร. 5 ราชบุรี เตือนอากาศร้อนจัดระวังโรคอาหารเป็นพิษ พร้อมแนะเลี่ยงทำกิจกรรมกลางแจ้งนานๆ หลังพบประชาชนทำงานท่ามกลางอากาศร้อนก่อนเสียชีวิต

สคร. 5 ราชบุรี เตือนอากาศร้อนจัดระวังโรคอาหารเป็นพิษ พร้อมแนะเลี่ยงทำกิจกรรมกลางแจ้งนานๆ หลังพบประชาชนทำงานท่ามกลางอากาศร้อนก่อนเสียชีวิต

@รายละเอียด@
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนในช่วงสัปดาห์นี้ประเทศไทยยังคงมีอุณหภูมิสูง ทำให้อากาศร้อนอย่างต่อเนื่อง และมีอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ โดยช่วงที่อากาศร้อนนี้ นอกจากโรคอุจจาระร่วง ที่พบบ่อยแล้ว โรคที่ประชาชนควรระมัดระวังเป็นพิเศษคือ โรคอาหารเป็นพิษ และการเจ็บป่วยเนื่องจากภาวะอากาศร้อน

รายละเอียดเพิ่มเติม
นายแพทย์สุเมธ องค์วรรณดี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า โรคอาหารเป็นพิษ เกิดจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนพิษของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส มักพบในอาหารที่ปรุงสุกๆดิบๆ อาหารไม่สะอาด และในอาหารที่ปรุงไว้นานๆ แล้วไม่ได้แช่เย็นหรือนำมาอุ่นก่อน ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีและเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนจัด อาจทำให้อาหารบูดเสียง่ายกว่าปกติ และมักจะพบว่าเกิดจากการที่คนจำนวนมากกินอาหารร่วมกัน ที่พบได้บ่อย เช่น ในสถานศึกษา ค่ายทัศนศึกษา งานบุญ งานประเพณีต่างๆ ซึ่งเป็นการประกอบอาหารจำนวนมากและเก็บไว้นาน และทำให้มีอาการหลังจากกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคดังกล่าวอย่างรวดเร็ว สำหรับอาการของผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษคือ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระ ปวดหัว คอแห้งกระหายนํ้า อาจมีไข้ เป็นต้น สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้น ทำโดยให้สารละลายเกลือแร่โอ อาร์เอส หรืออาหารเหลวมากกว่าปกติ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ การป้องกันที่ดีที่สุดประชาชนควรยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”

นายแพทย์สุเมธ กล่าวต่อไปว่า ฮีทสโตรก(Heat stroke) เป็นอีกอาการที่พบบ่อยในช่วงอากาศร้อนจัด บางพื้นที่อาจมีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส หากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ต่อเนื่อง อาจเกิดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตเนื่องจากภาวะอากาศร้อนได้ จะมีอาการพบได้ตั้งแต่ ปวดศีรษะ หน้ามืด เพ้อ ชัก ไม่รู้สึกตัว หายใจเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ช็อก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นโรคลมแดดได้สูงกว่าคนทั่วไปมี 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด เช่น ออกกำลังกาย 2.เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบและผู้สูงอายุ 3.ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง 4.คนอ้วน 5.ผู้ที่อดนอน และ 6.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ประชาชนควรดูแลสุขภาพตนเอง ดังนี้
1.สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ระบายความร้อนได้ดี
2.ควรอยู่ภายในบ้านหรือในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
3.ลดหรือเลี่ยงทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงกลางแจ้งนานๆ
4.สวมแว่นกันแดด สวมหมวกปีกกว้าง
5.ควรดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ เพื่อชดเชยการเสียน้ำในร่างกายจากเหงื่อออก
6.หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
7.อย่าทิ้งเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถที่จอดอยู่กลางแจ้ง ส่วนผู้ที่ออกกำลังกาย ควรเลือกในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เนื่องจากเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนมาก และใช้เวลาที่เหมาะสม ผู้ที่มีโรคประจำตัวหากมีอาการผิดปกติ เช่น วิงเวียน ปวดศีรษะ ใจสั่น ตะคริว หน้ามืด ขอให้พบแพทย์หรือโทรขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ โทร 1669 หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี เบอร์ติดต่อ 032310804 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422 นายแพทย์สุเมธ กล่าวปิดท้าย

เอกสารประกอบ : ( ไม่มีเอกสารประกอบ )
ลิ้งค์เอกสารภายนอก : ( ยังไม่มีเอกสารลิ้งค์ภายนอก )








<= ข่าวประชาสัมพันธ์ =>

   มหาวิทยาลัยคริสเตียน รับสมัครนักศึกษาใหม่ปีการศึกษา 2560

มหาวิทยาลัยคริสเตียน รับสมัครนักศึกษาใหม่ปีการศึกษา 2560

@รายละเอียด@
มหาวิทยาลัยคริสเตียน รับสมัครนักศึกษาใหม่ปีการศึกษา 2560 รับตรงเข้าศึกษาต่อตั้งแต่วันนี้
เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-3422-9480 หรือ 08-1941-9995,www.christian.ac.th,Line: C.U.T. และ Facebook: มหาวิทยาลัยคริสเตียน ประเทศไทย

รายละเอียดเพิ่มเติม
?????

เอกสารประกอบ : ( ไม่มีเอกสารประกอบ )
ลิ้งค์เอกสารภายนอก : ( ยังไม่มีเอกสารลิ้งค์ภายนอก )








<= ข่าวประชาสัมพันธ์ =>

   สคร.5 เตือนระวังอาหารเป็นพิษ พร้อมแนะรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ป้องกันอาหารเป็นพิษ

สคร.5 เตือนระวังอาหารเป็นพิษ พร้อมแนะรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ป้องกันอาหารเป็นพิษ

@รายละเอียด@
วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 นายแพทย์อรรถพล ชีพสัตยากร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า โรคอาหารเป็นพิษ เกิดจากการรับประทานอาหาร หรือน้ำที่มีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือไข่ / ตัวอ่อนหนอนพยาธิที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร หรือสารพิษที่พบได้ตามพืชและสัตว์ และยังรวมถึงสารเคมีที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารด้วย รวมทั้งอาหารจำพวกอาหารกระป๋อง อาหารทะเล เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก ที่ปรุงไม่สุกพอ อาหารค้างมื้อและไม่ได้แช่เย็น อาหารจำพวกนี้อุ่นให้ร้อนที่ ๗๕ องศาเซลเซียส จึงจะปลอดภัย ถ้าเราไม่อุ่นให้ร้อนทั่วถึงก่อน อาจทำให้เราเจ็บป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษได้

รายละเอียดเพิ่มเติม
นายแพทย์อรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการของโรคจะเกิดหลังจากที่เรารับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อนี้เข้าไปแล้ว ๑ ชั่วโมงถึง ๘ วัน ส่วนใหญ่จะพบในหมู่คนที่มีการรับประทานอาหารร่วมกัน จะมีอาการพร้อมกันแต่จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อหรือสารพิษที่ได้รับเข้าไปอาการสำคัญที่พบ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำจากการอักเสบที่กระเพาะอาหารและลำไส้ นอกจากนี้อาจมีปวดศรีษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัวร่วมด้วย หากถ่ายบ่อยทำให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ได้ หรือมีอาการรุนแรงจากการติดเชื้อและเกิดการอักเสบที่อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย รวมทั้งมีการติดต่อเชื้อในการะแสโลหิต สำหรับกรณีโรคอาหารเป็นพิษจากสารเคมี พืชพิษ หรือสัตว์พิษบางชนิดจะมีผลต่อระบบประสาท เช่น อาการชา ชัก ตาตัวเหลือง หมดสติ และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตโดยเฉพาะเด็กทารก เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ

การรักษาโรคอาหารเป็นพิษจะรักษาตามอาการเช่น ถ้าผู้ป่วยยังพอรับประทานอาหารได้ ควรให้ดื่มผงน้ำตาลเกลือแร่ เพื่อป้องกันการขาดน้ำและเกลือแร่รวมถึงให้ดื่มน้ำ หรืออาหารเหลวอ่อนย่อยง่าย ถ้าอาเจียนมากรับประทานไม่ได้ ถ่ายเป็นมูกเลือด หรือถ่ายเป็นน้ำ มีไข้ควรนำส่งโรงพยาบาล หากทราบแน่ชัดว่าผู้ป่วยได้รับประทานสารพิษจากพืชพิษ สัตว์มีพิษ อย่างเช่น ปลาปักเป้า หรือสารเคมีที่เป็นพิษ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
การป้องกันโรคอาหารเป็นพิษใช้กฎหลัก ๑๐ ประการในการเตรียมอาหารที่ปลอดภัยได้แก่
1. เลือกอาหารที่สะอาดผ่านการเตรียมอย่างดี
2. ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึงก่อนรับประทาน
3. กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ
4. ระวังอาหารที่ปรุงสุกแล้วอย่าให้มีการปนเปื้อน หากเก็บอาหารที่ปรุงสุกไว้นานกว่า ๔ ชั่วโมง ควรเก็บไว้ในตู้เย็น ส่วนอาหารสำหรับทารกไม่ควรเก็บไว้ข้ามมื้อ
5. อาหารที่ค้างมื้อต้องอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทาน
6. แยกอาหารดิบและอาหารสุก ให้ระมัดระวังการปนเปื้อน
7. ล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร โดยเฉพาะหลังจากเข้าห้องน้ำ
8. ให้พิถีพิถันเรื่องความสะอาดของห้องครัว
9. เก็บอาหารให้ปลอดภัยจากแมลง หนู หรือสัตว์อื่นๆ
10.ใช้น้ำสะอาดในการปรุงอาหารและระวังเป็นพิเศษในการใช้น้ำเพื่อเตรียมอาหารเด็กทารก

หากประชาชนมีข้อสงสัยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 032310762 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422 นายแพทย์อรรถพล กล่าวปิดท้าย

เอกสารประกอบ : ( ไม่มีเอกสารประกอบ )
ลิ้งค์เอกสารภายนอก : ( ยังไม่มีเอกสารลิ้งค์ภายนอก )








<= ข่าวประชาสัมพันธ์ =>

   สคร.5 ราชบุรีเตือน ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอย่างน้อยปีละครั้ง รู้จักเบาหวานเพื่อป้องกัน รู้ทันเพื่อควบคุม

สคร.5 ราชบุรีเตือน ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอย่างน้อยปีละครั้ง รู้จักเบาหวานเพื่อป้องกัน รู้ทันเพื่อควบคุม

@รายละเอียด@
วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 นายแพทย์อรรถพล ชีพสัตยากร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี กล่าวว่าสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติได้กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็นวันเบาหวานโลก หรือก World Diabetes Day) ประเด็นรณรงค์ปี 2559 นี้ คือ “Eyes on Diabetes” เน้นการคัดกรองเบาหวาน และการคัดกรองภาวะแทรกซ้อนของโรค โดยเฉพาะภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับจอตา เพื่อการรักษาที่รวดเร็วและลดโรคแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขและสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยได้กำหนดคำขวัญเพื่อการรณรงค์วันเบาหวานโรคปีนี้ไว้ว่า“เบาหวาน รู้จักเพื่อป้องกันรู้ทันเพื่อควบคุม”

รายละเอียดเพิ่มเติม
นายแพทย์อรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์การอนามัยโลกรายงานว่าในปี พ.ศ. 2552 ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีจำนวน 108 ล้านคน ในปี พ.ศ.2557 เพิ่มขึ้นเป็น 422 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานจำนวน 1.5 ล้านคน สำหรับประเทศไทยข้อมูลจากสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ รายงานภาวะโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทยในปีพ.ศ.2556 พบว่าโรคเบาหวานเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนในเพศชายเป็นอันดับที่ 8 ร้อยละ 4.1 เพศหญิงอันดับที่ 3 ร้อยละ 8.7 ส่วนสถานการณ์โรคเบาหวานในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ข้อมูลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 ถึง พฤษภาคม 2557 พบผู้ป่วยจำนวน 140,465 คน

โรคเบาหวานเกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ในระยะยาวจะมีผลในการทำลายหลอดเลือด ถ้าหากเป็นโรคเบาหวานอย่างน้อย 5 ปี แล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างจริงจังและเหมาะสม อาจนำไปสู่สภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ซึ่งภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานที่สำคัญคือ ภาวะแทรกซ้อนที่หลอดเลือดขนาดใหญ่ ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคของหลอดเลือดส่วนปลาย และภาวะแทรกซ้อนที่หลอดเลือดขนาดเล็ก ได้แก่ ภาวะแทรกซ้อนทางตา ภาวะแทรกซ้อนทางไต ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท

สำหรับการป้องกันโรคเบาหวานสามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ คือ รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน มัน เค็ม จัด เพิ่มผัก ผลไม้ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 150 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ งดหรือลดการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอและควรรับการตรวจวัดค่าระดับน้ำตาลเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลป้องกันตนเองจากโรคเบาหวาน ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 032310762 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422 นายแพทย์อรรถพล กล่าวปิดท้าย

เอกสารประกอบ : ( ไม่มีเอกสารประกอบ )
ลิ้งค์เอกสารภายนอก : ( ยังไม่มีเอกสารลิ้งค์ภายนอก )








<= ข่าวประชาสัมพันธ์ =>

   กรมควบคุมโรคเผยไทยเข้มมาตรการเฝ้าระวังและตรวจจับโรคติดเชื้อไวรัสซิกาต่อเนื่องชี้ผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิดดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ

กรมควบคุมโรคเผยไทยเข้มมาตรการเฝ้าระวังและตรวจจับโรคติดเชื้อไวรัสซิกาต่อเนื่องชี้ผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิดดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ

@รายละเอียด@
วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค (EOC) ว่า จากกรณีที่มีนิสิตของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครปฐม ป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา นั้น เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะปัจจุบันประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข มีการดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ทุกภาคส่วน รวมถึงมีระบบการตรวจที่แม่นยำและส่งตัวอย่างตรวจมากขึ้น ทำให้การตรวจจับโรคติดเชื้อไวรัสซิกาครอบคลุมทุกพื้นที่และสามารถพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม
ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร สาธารณสุข มหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาอย่างเข้มข้น รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย เพื่อตัดวงจรของยุงลายพาหะนำโรคดังกล่าว นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ต้องกลัวหรือรังเกียจผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา เพราะปัจจุบันโรคติดเชื้อไวรัสซิกายังไม่มีรายงานการติดต่อจากการสัมผัส และไม่สามารถติดต่อทางลมหายใจ ซึ่งผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิดสามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ซึ่งผู้ป่วยโรคนี้ควรป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ หากมีเพศสัมพันธ์ต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ที่สำคัญขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบเฝ้าระวังของประเทศไทย และติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง

นายแพทย์อรรถพล ชีพสัตยากร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่ากระทรวงสาธารณสุข มีการดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง รวมถึงการรณรงค์ให้ประชาชนปฎิบัติตามมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ทำให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่มาจากยุงลายเพิ่มขึ้น และตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมกันกำจัดเพาะพันธุ์ยุงลายที่เป็นสาเหตุของโรคดังกล่าว ส่วนอาการของผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ส่วนใหญ่อาการของโรคไม่รุนแรง อาการจะทุเลาลงภายในเวลา 2-7 วัน และส่วนใหญ่ป่วยแล้วหายได้เอง อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ จะมีปัญหาเฉพาะกับหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งมีหลักฐานทางระบาดวิทยาที่บ่งชี้ว่าอาจสัมพันธ์กับอาการศีรษะเล็กในทารกแรกเกิด สำหรับคำแนะนำในการใช้ผลิตภัณฑ์ไล่แมลงของหญิงตั้งครรภ์ นั้น ขอให้ใช้ผลิตภัณฑ์ไล่แมลงที่มีการขึ้นทะเบียนรับรองไว้อย่างชัดเจน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด หากสงสัยหรืออาการไม่ดีขึ้นให้พบแพทย์โดยเร็ว ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 032310762 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422 นายแพทย์อรรถพล กล่าวปิดท้าย

เอกสารประกอบ : ( ไม่มีเอกสารประกอบ )
ลิ้งค์เอกสารภายนอก : ( ยังไม่มีเอกสารลิ้งค์ภายนอก )








<= ข่าวประชาสัมพันธ์ =>

   สคร.5 แนะนำ 10 ข้อปฏิบัติตนช่วงน้ำท่วม

สคร.5 แนะนำ 10 ข้อปฏิบัติตนช่วงน้ำท่วม

@รายละเอียด@
นายแพทย์อรรถพล ชีพสัตยากร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี กล่าวว่าจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ในช่วงนี้ สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมากนั้น ประชาชนผู้ประสบภัยควรปฏิบัติตนอย่างปลอดภัย ดังนี้

รายละเอียดเพิ่มเติม
1. หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำในที่น้ำท่วม พายเรือเข้าใกล้เสาไฟฟ้า เพราะอาจเกิดไฟฟ้าดูด
2. ไม่อยู่ใกล้ทางน้ำไหลหรือร่องน้ำ เพราะอาจเกิดดินถล่ม
3. ควรย้ายปลั๊กไฟ และสวิตซ์ไฟ ให้อยู่สูงกว่าระดับน้ำท่วมถึง ตัดกระแสไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อป้องกันไฟฟ้าดูดเสียชีวิต
4. หลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำ จับปลาในบริเวณที่น้ำท่วมขังหรือทางน้ำไหลผ่าน เพราะกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากอาจพัดจมน้ำเสียชีวิต บ้านที่มีเด็กเล็กควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ปล่อยให้บุตรหลานไปเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด
5. ระมัดระวังสัตว์เลื้อยคลานที่มีพิษ เช่น งู ตะขาบ แมลงป่อง ที่อาจหนีน้ำขึ้นมาอาศัยอยู่ในบ้านเรือนบริเวณใต้ตู้ รองเท้า เสื่อ ผ้าเช็ดเท้า จัดเก็บข้าวของเครื่องใช้และอุปกรณ์ภายในบ้านให้เป็นระเบียบ เพื่อป้องกันสัตว์มีพิษแอบอาศัยอยู่ภายในบ้าน
6. ควรเพิ่มความระมัดระวังโรคติดต่อที่มักเกิดบ่อยครั้งในช่วงน้ำท่วม ได้แก่ โรคฉี่หนู อหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์ โรคตับอักเสบ ตาแดง และไข้เลือดออก ควรบริโภคน้ำสะอาดและรับประทานอาหารที่สุกและสดใหม่
7. หากต้องเดินลุยน้ำให้สวมใส่รองเท้าบู๊ททุกครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษและการถูกตะปูตำ สังกะสีบาด
8. กรณีที่ต้องเดินลุยน้ำตอนกลางคืน ควรพกไฟฉายติดตัว
9. ห้ามเดินตามความเคยชินอย่างเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายได้โดยไม่รู้ตัว
10. ควรดูแลสภาพแวดล้อมรอบบ้านให้สะอาดอยู่เสมอ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงและอบอุ่นตลอดเวลาจะช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายและโรคระบาดต่าง ๆ ควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด ไม่ยืนในน้ำและใช้มือจับสายไฟอย่างเด็ดขาด เพราะอาจได้รับอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจรได้ หากไม่มีความรู้ในการซ่อมแซมเครื่องไฟฟ้าห้ามใช้อย่างเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายได้

ท้ายนี้ หากประชาชนเรียนรู้ที่จะปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติ ด้วยความใส่ใจ และตื่นตัวที่จะรับฟังพยากรณ์อากาศ วางแผนอพยพหนีภัย ร่วมกันกำหนดจุดปลอดภัย ตลอดจนปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ จะช่วยลดความรุนแรง ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากภัยพิบัติได้ หากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานและให้การช่วยเหลือโดยด่วน หรือหากประชาชนมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่เบอร์ 032310762 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี และ 1422 สายด่วนกรมควบคุมโรค

เอกสารประกอบ : ( ไม่มีเอกสารประกอบ )
ลิ้งค์เอกสารภายนอก : ( ยังไม่มีเอกสารลิ้งค์ภายนอก )








<= ข่าวประชาสัมพันธ์ =>

   สคร.5 ราชบุรี เตือนเปิดเทอมหน้าหนาวนี้ ระวังเด็กป่วยโรคมือ เท้า ปาก ปีนี้พบผู้ป่วยมากกว่าปีที่แล้ว 2 เท่า เน้นย้ำสถานศึกษาคัดกรองเด็กเล็กทุกวัน

สคร.5 ราชบุรี เตือนเปิดเทอมหน้าหนาวนี้ ระวังเด็กป่วยโรคมือ เท้า ปาก ปีนี้พบผู้ป่วยมากกว่าปีที่แล้ว 2 เท่า เน้นย้ำสถานศึกษาคัดกรองเด็กเล็กทุกวัน

@รายละเอียด@
วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 นายแพทย์อรรถพล ชีพสัตยากร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ขณะนี้เข้าสู่ช่วงเปิดเทอมของโรงเรียนทั่วประเทศ ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ดังนั้นโรคที่ควรเฝ้าระวังในช่วงนี้คือ โรคมือ เท้า ปาก ซึ่งมักมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในภาวะอากาศเย็นและชื้น และมักเกิดในสถานที่ที่มีเด็กจำนวนมากมาอยู่รวมกัน กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำให้ผู้ปกครอง ผู้เลี้ยงดูเด็กในศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล และสถานรับเลี้ยงเด็ก ได้ตระหนักและระมัดระวังโรคมือ เท้า ปาก ซึ่งเกิดการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่กันได้ง่าย

รายละเอียดเพิ่มเติม
เขตสุขภาพที่ 5 จากรายงานของกลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 29 ตุลาคม 2559 มีผู้ป่วยจำนวนทั้งสิ้น 4098 ราย ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต รูปแบบการระบาดจะคล้ายกับปีที่ผ่านมาคือมีผู้ป่วยสูงตั้งแต่ต้นปี และกลางปี และ มีแนวโน้มการระบาดส่วนใหญ่ จะมีการระบาดในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน กลุ่มอายุสูงสุด 0 – 4,5-9 ปี จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุดคือจังหวัดนครปฐม รองลงมา คือ เพชรบุรี สมุทรสาคร สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี กาญจนบุรี และ สมุทรสงคราม

นายแพทย์อรรถพล กล่าวต่อว่า โรคมือ เท้า ปาก จะเกิดบ่อยในเด็กทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เนื่องจากเด็กมีภูมิคุ้มกันโรคต่ำ การติดต่อของโรคจะติดต่อจากการได้รับเชื้อทางปากโดยตรง ซึ่งเชื้อไวรัสจะติดมากับมือ หรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย หรือติดต่อจากการไอ จาม รดกัน โดยหลังจากได้รับเชื้อ 3 - 6 วัน ผู้ติดเชื้อจะเริ่มแสดงอาการป่วย อาการที่พบบ่อยได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดเมื่อย เป็นต้น หรือมีอาการไข้ร่วมกับตุ่มพองเล็กๆ เกิดขึ้นที่ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และในปาก โดยตุ่มแผลในปากนั้น บริเวณรอบ ๆ จะอักเสบและแดงต่อมาตุ่มจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้น ๆ เป็นสาเหตุให้เด็กไม่ดูดนม ไม่กินอาหารเพราะเจ็บปาก โดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นและสามารถหายเป็นปกติได้ภายใน 7-10 วัน แต่หากเด็กมีอาการแทรกซ้อน เช่น ไข้สูง ซึมอาเจียนหอบต้องรีบนำเด็กกลับไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที

สำหรับการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก กรมควบคุมโรค ขอความร่วมมือศูนย์เด็กเล็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก และโรงเรียนอนุบาล ตรวจคัดกรองเด็กเป็นประจำทุกวันในตอนเช้าโดยแยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติและแจ้งให้ผู้ปกครองรับกลับบ้าน หลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กป่วยเล่นคลุกคลีกับเด็กปกติและเมื่อป่วยควรพักรักษาอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหาย รวมถึงให้เด็กล้างมือบ่อยๆหรือทุกครั้งที่สัมผัสสิ่งสกปรกปนเปื้อนเชื้อโรค และโรงเรียนเป็นประจำทุกสัปดาห์หรือทุกครั้งที่พบว่ามีเด็กป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ที่สำคัญหากพบเด็กป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านทันที

วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ห่างไกลโรคมือ เท้า ปาก คือรักษาสุขอนามัยให้สะอาดอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน และ ใช้ช้อนกลางเมื่อกินอาหารร่วมกับผู้อื่น ควรหลีกเลี่ยงการไปสถานที่สาธารณะ ทั้งนี้ โรคมือ เท้า ปาก ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แพทย์จะให้ยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาชาแก้เจ็บแผลในปาก ผู้ป่วยควรนอนพักผ่อนให้มากๆ ผู้ดูแลควรเช็ดตัวให้เด็กเพื่อลดไข้เป็นระยะ ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารอ่อนๆ ไม่ร้อนจัด ดื่มน้ำ นม และน้ำผลไม้แช่เย็น เพื่อช่วยลดอาการเจ็บแผลในปาก ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 032310762 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422 นายแพทย์อรรถพล กล่าวทิ้งท้าย

เอกสารประกอบ : ( ไม่มีเอกสารประกอบ )
ลิ้งค์เอกสารภายนอก : ( ยังไม่มีเอกสารลิ้งค์ภายนอก )








<= ข่าวประชาสัมพันธ์ =>

   สคร.5 ราชบุรี ร่วมรณรงค์ “อัมพฤกษ์ อัมพาต ป้องกัน รักษาได้” เนื่องในวันอัมพฤกษ์อัมพาตโลก

สคร.5 ราชบุรี ร่วมรณรงค์ “อัมพฤกษ์ อัมพาต ป้องกัน รักษาได้” เนื่องในวันอัมพฤกษ์อัมพาตโลก

@รายละเอียด@
วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2559 นายแพทย์อรรถพล ชีพสัตยากร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี กล่าวว่าองค์กรอัมพาตโลก (World Stroke Organization: WSO) ได้กำหนดให้วันที่ 29 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันอัมพฤกษ์ อัมพาตโลก (World Stroke Day) โดยในปีนี้กำหนดประเด็นการรณรงค์ คือ “Face the facts: Stroke is treatable” “อัมพฤกษ์ อัมพาต ป้องกัน รักษาได้” โดยเน้นให้เห็นถึงอันตรายของโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือโรคหลอดเลือดสมอง และให้ทราบถึงอาการเบื้องต้น เพื่อจะได้เข้ารับการรักษาให้ทันเวลา ซึ่งโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือโรคหลอดเลือดสมอง ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลก ในแต่ละปีมีประชากรทั่วโลกป่วยด้วยโรคนี้ จำนวน 17 ล้านคน และเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองจำนวน 6.5 ล้านคน ส่วนผู้ที่มีชีวิตรอดจากโรคนี้นั้นจะได้รับผลกระทบทั้งด้านสภาพร่างกาย จิตใจ สังคม รวมถึงด้านเศรษฐกิจ

รายละเอียดเพิ่มเติม
นายแพทย์อรรถพล กล่าวต่อไปว่า โรคหลอดเลือดสมองหรือโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต คือภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้เกิดอาการชาที่ใบหน้า ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขน ขา ข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรง เคลื่อนไหวไม่ได้หรือเคลื่อนไหวลำบากอย่างทันทีทันใด เป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมง แบ่งเป็น 2 ประเภทตามลักษณะการเกิดคือโรคหลอดเลือดสมองตีบตันและโรคหลอดเลือดสมองแตก ซึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองมีทั้งที่สามารถป้องกันได้และไม่สามารถป้องกันได้ ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถป้องกันได้คือ อายุ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีจะมีอัตราเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง เพศ พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง แต่เมื่อเข้าสู่วัยทองโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองในผู้หญิงจะเพิ่มขึ้น และพันธุกรรม พบว่าผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่สามารถป้องกันได้ ได้แก่ ภาวะความดันเลือด โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในหลอดเลือดสูง การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา หากสามารถลดพฤติกรรมหรือภาวะเสี่ยงเหล่านี้ได้ ก็จะทำให้มีโอกาสเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตน้อยลง

สำหรับแนวทางในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตนั้น ประชาชนควรเรียนรู้สัญญาณเตือนของโรคนี้ ซึ่งอาจพบอาการเพียง 1 อาการ หรือมากกว่า 1 อาการ คือใบหน้าอ่อนแรง หรือหน้าเบี้ยว สับสน พูดลำบาก พูดไม่ชัด ตาข้างใดข้างหนึ่งมัวหรือมองไม่เห็น มีอาการมึนงง เดินเซ เสียศูนย์ ผู้มีอาการดังกล่าวต้องรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดหรือภายใน 3 ชั่วโมง เพราะการรักษาที่ทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงของความพิการที่อาจจะเกิดขึ้นและรักษาชีวิตของผู้ป่วยไว้ได้ ท่านที่มีอาการดังกล่าวสามารถโทรด่วน 1669 หรือหากมีข้อสงสัยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 032310762 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422 นายแพทย์อรรถพล กล่าวปิดท้าย

เอกสารประกอบ : ( ไม่มีเอกสารประกอบ )
ลิ้งค์เอกสารภายนอก : ( ยังไม่มีเอกสารลิ้งค์ภายนอก )








<= ข่าวประชาสัมพันธ์ =>

   สคร.5 เตือนระวัง 10 เมนู เสี่ยงเจ็บป่วยโรคระบบทางเดินอาหาร พร้อมแนะรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ป้องกันอาหารเป็นพิษ

สคร.5 เตือนระวัง 10 เมนู เสี่ยงเจ็บป่วยโรคระบบทางเดินอาหาร พร้อมแนะรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ป้องกันอาหารเป็นพิษ

@รายละเอียด@
วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559 นายแพทย์อรรถพล ชีพสัตยากร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ในช่วงนี้พสกนิกรหลายจังหวัดทั่วประเทศไทยได้แสดงพลังสามัคคีร่วมกิจกรรมในพิธีถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ สถานที่ต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งมีประชาชนและร้านค้าจำนวนมากจัดบริการอาหารและเครื่องดื่มฟรีให้กับพี่น้องประชาชนที่มาเข้าร่วมถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัย อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้มีสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย ประชาชนจึงมีความเสี่ยงเจ็บป่วยจากโรคระบบทางเดินอาหารสูง

รายละเอียดเพิ่มเติม
จากข้อมูลรายงานการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม – 17 ตุลาคม 2559 ทั่วประเทศพบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษ 102,673 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และพบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง 939,529 ราย เสียชีวิต 4 ราย และตลอดทั้งปี 2558 ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษ 129,638 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และพบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง 1,097,751 ราย เสียชีวิต 12 ราย ดังนั้นในช่วงนี้ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการรับประทานอาหารและน้ำดื่ม ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ปรุงเองที่บ้าน อาหารสั่งซื้อ หรือออกไปรับประทานอาหารตามจุดต่างๆ นอกบ้าน

นายแพทย์อรรถพล กล่าวต่อไปว่า อาหารที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินอาหารที่ประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ 10 เมนู ได้แก่ 1.ลาบ/ก้อยดิบ 2.ยำกุ้งเต้น 3.ยำหอยแครง/ยำทะเล 4.ข้าวผัดโรยเนื้อปู 5.อาหารหรือขนมที่มีส่วนประกอบของกะทิสด 6.ขนมจีน 7.ข้าวมันไก่ 8.ส้มตำ 9.สลัดผัก และ 10.น้ำแข็งที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเมนูอาหารเหล่านี้ควรรับประทานเฉพาะที่ปรุงสุกใหม่ สำหรับอาหารทะเลขอให้ปรุงสุก หลีกเลี่ยงการปรุงโดยวิธีลวกหรือพล่าสุกๆ ดิบๆ ส่วนอาหารประเภทเนื้อสัตว์ หมู ไก่ และไข่ ควรปรุงให้สุกก่อนรับประทานทุกครั้ง ไม่รับประทานแบบสุกๆ ดิบๆ นอกจากนี้ อาหารถุง อาหารกล่อง ควรแยกกับข้าวออกจากข้าว และควรรับประทานภายใน 2- 4 ชั่วโมงหลังจากปรุงเสร็จ และหาก มีกลิ่นผิดปกติไม่ควรรับประทานเด็ดขาด เพื่อป้องกันโรคอาหารเป็นพิษและโรคอุจจาระร่วง

สำหรับการป้องกันทั้งสองโรคดังกล่าว ขอแนะนำให้ปฏิบัติ ดังนี้ ในกลุ่มผู้ประกอบการอาหาร ขอให้ปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนทั่วถึงและสะอาด ล้างผัก/ผลไม้ด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง หลีกเลี่ยงการใช้มีด เขียง หั่นอาหารดิบและอาหารสุกแล้วร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อโรค ดูแลครัวให้สะอาด ส่วนผู้บริโภคขอให้ยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ได้แก่ 1.กินร้อน คือ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ในกรณีข้าวกล่อง อาหารถุง ต้องนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทาน 2.ใช้ช้อนกลาง คือ เมื่อรับประทานอาหารในหมู่มากร่วมกัน ควรใช้ช้อนกลางในการตักอาหาร และ 3.ล้างมือ คือ ต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร ก่อนปรุงอาหาร หลังขับถ่าย และหลังสัมผัสสิ่งสกปรก

โรคอาหารเป็นพิษและโรคอุจจาระร่วง มีอาการคล้ายกัน คือ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง อาจมีไข้ ส่วนการดูแลเบื้องต้น ให้ดื่มน้ำละลายผงน้ำตาลเกลือแร่ (โอ อาร์ เอส) เพื่อป้องกันการขาดน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้น ยังถ่ายบ่อย รับประทานอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ หรืออุจจาระเป็นมูกปนเลือด ขอให้ไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน ถ้ามีข้อสงสัยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เบอร์ 032310762 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422 นายแพทย์อรรถพล กล่าวปิดท้าย

เอกสารประกอบ : ( ไม่มีเอกสารประกอบ )
ลิ้งค์เอกสารภายนอก : ( ยังไม่มีเอกสารลิ้งค์ภายนอก )








<= ข่าวประชาสัมพันธ์ =>

   กรมสุขภาพจิต มอบศูนย์สุขภาพจิต และรพ.จิตเวชทั่วประเทศ ดูแลสุขภาพใจประชาชน

กรมสุขภาพจิต มอบศูนย์สุขภาพจิต และรพ.จิตเวชทั่วประเทศ ดูแลสุขภาพใจประชาชน

@รายละเอียด@
กรมสุขภาพจิต มอบศูนย์สุขภาพจิตทั้ง 13 แห่ง และโรงพยาบาลจิตเวชทั่วประเทศ ปฏิบัติการเชิงรุกออกเยี่ยมเยียนประชาชน ให้คำปรึกษา ดูแลสุขภาพใจในช่วงเวลาที่ทุกคนอยู่ในความโศกเศร้าจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างเต็มความสามารถ พร้อมประสานการทำงานร่วมกับโรงพยาบาล และจังหวัดอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตเบื้องต้นแก่ประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง

รายละเอียดเพิ่มเติม
นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้กรมสุขภาพจิตได้มอบศูนย์สุขภาพจิตทั้ง 13 แห่ง และโรงพยาบาลจิตเวชทั่วประเทศ จัดทีมเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษา และจัดกิจกรรมเพื่อดูแลฟื้นฟูสุขภาพใจของประชาชน ที่อยู่ในความโศกเศร้าจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เน้นหนักไปที่ผู้มีปัญหาด้านจิตใจ เศร้าโศก เสียใจ และกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก คนชรา ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้ป่วยจิตเวช ให้ชวนกันแสดงออกซึ่งความรักภักดีและอาลัยต่อพระองค์ท่าน ทั้งการเข้าร่วมพิธี แสดงความรู้สึกที่มีต่อพระองค์ผ่านช่องทางต่างๆ หรือรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมสาธารณกุศล ทำความดีถวายแด่พระองค์ท่าน เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ดีต่อกันให้คลายความเศร้าโศกเสียใจ

“ในภาวะที่ประเทศเกิดการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ดูแล เป็นที่ปรึกษาทางใจของประชาชน ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงห่วงใยสุขภาพของ พสกนิกร ต้องการให้ทุกคนมีสุขภาพดี ซึ่งการจะมีสุขภาพกายที่ดีนั้น สุขภาพใจจะต้องดีควบคู่กันไปด้วย หากใจมีแต่ความเศร้า ร่างกายก็จะทรุดโทรม เมื่อสุขภาพไม่ดีแล้วจะขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร” อธิบดีกรม สุขภาพจิต กล่าว

อย่างไรก็ดี นอกจากเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิตจะช่วยดูแลสุขภาพใจในครั้งนี้แล้ว บุคคลในครอบครัว ถือเป็นกำลังสำคัญที่สามารถช่วยเหลือให้บุคคลก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ ทั้ง การสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด ตั้งใจรับฟัง ถึงปัญหา และการแสดงออกทางภาษากาย เช่น จับมือ โอบกอด เพื่อให้คลายความโศกเศร้า แต่หากพบว่าเกินขีดความสามารถขอให้ประสานสถานพยาบาลใกล้บ้านเพื่อส่งต่อรักษาโดยทันที ซึ่งกรมสุขภาพจิต ได้เปิดสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เพื่อให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตเบื้องต้นแก่ประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วย

เอกสารประกอบ : ( ไม่มีเอกสารประกอบ )
ลิ้งค์เอกสารภายนอก : ( ยังไม่มีเอกสารลิ้งค์ภายนอก )








  รายการที่ค้นพบมีทั้งสิ้น [ 80 ] รายการ จำนวน [ 8 ] หน้า
  หน้าที่=> 1 หน้าต่อไป=>>

 ข่าวสาร/ประชาสัมพันธ์
 
 
 คอลั่มน์ ! ไอที ... ผีบอก
 
 คอลั่มน์ ! พระเกจิอาจารย์
 
 บุคคลากรบริหาร
 

 
 


ปฎิทินหมายจับ ปี ๒๕๕๔
ปฎิทินหมายจับ ปี ๒๕๕๔

รายงานสภาพน้ำและการระบายน้ำ


สตาร์นิวส์ ข่าวออนไลน์
ฮอตไลน์นิวส์์ Hot Line News
หนังสือพิมพ์มวลชน

ออนไลน์นิวส์ ข่าวออนไลน์
32 ม.4 ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
โทรศัพท์ : 061-9544294, 089-0844918
แฟ็กซ์ : 034-267933
อีเมล : online-news@hotmail.co.th
<= : ติดต่อศูนย์ข่าว : =>
คุณธัญพร ดังตราชู


ออกแบบโดย ทางใหม่ซอฟท์ Tel.061-9544294 © 2012. www.tangmaisoft.com. Inc. All rights Reserved.